Aor's profile~ @or ~PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
May 29 ลูกค้ามหาจำเริญมีใครเคยเจอลูกค้างี้มั่งมะ
กริ๊งงงงง ขอสายคุณศิริพรครับ ..... เรียนสายอยู่ค่ะ... พี่จิ๋วว ตีสีหน้าเรียบๆๆ เพราะใกล้กลับบ้านแระ
พ้มอยากขอเปลี่ยน invoice จากวันจันทร์ (ที่ 1 เดือน6 ) เป็นวันเสาร์ได้มั้ยครับ (ที่ 30 เดือน5) .. เดี๋ยวดูให้นะคะ เกรงว่าจะไม่ได้น่ะค่ะ เพราะต้องแก้ทุกอย่างในระบบ
ไม่ได้จริงๆ เหรอครับ พ้มอยากได้วันเสาร์น่ะคุณ ....
....... hold สายไว้ .......
เฮ้ยอ้อ ได้มั้ยเนี่ยะ จริงๆ ก็ได้นะ แต่ i nvoice ก็ต้อง cancel แล้วไงดี เบอร์นั้นก็ต้องข้ามไป แต่ๆๆๆ พี่ ของรับเมื่อไหร่นะ ?? วันจันทร์ซิ
อ้าววว งั้นไม่ได้พี่ บอกว่า ไม่ได้ ไรวะ ของส่งวันจันทร์ จะให้ออกบิลล่วงหน้า
แปะแกรก็ไม่ยอมวุ๊ย พ้มจะเอาวันเสาร์ ทำให้หน่อยไม่ได้เลยเหรอ บลา บลา บลา .....
......
......
สุดท้าย ถึงรู้ว่า แกรขายรถ (คงจะกระบะ) แล้วแกรต้องการ VAT ซื้อ (จากเรา) ไป claim แปะคะ แค่สี่พันเองค่ะ คงไม่ได้ทำให้แปะไม่ต้องเสียภาษีน้อยลงซักเท่าไหร่
ฮ่วย ไอ้ลูกค้าเวง ....... May 03 เกาะกูดเฮ่อออ หลังจากติดโรคเลื่อน อันเนื่องมาจากที่ข้าพเจ้าป่วย ในที่สุดก็ได้ไปเกาะกูดซะที แต่ฟ้าฝนไม่เป็นใจเล้ย ตกมันเข้าไปสามวันรวด ไม่ต้องเห็นเดือนเห็นตะวันกัน
ฌานตา เป็นรีสอร์ตที่เลือกไป และโชคดีมากที่ได้ห้อง sea view เลย แบบแว่ นอนอยู่บนเตียงเก๊าะเห็นทูเล จริงๆ ถ้าฝนไม่ตกคงจะได้เห็นน้ำใสๆๆ กิ๊งๆๆ กว่านี้แน่นอน
April 04 เสียชื่อโม๊ดดดดดดดดดรู้ๆๆ กันอยู่ว่า ที่บริษัทจะมี dead line ส่ง report แล้วนี่ยิ่งเป็นปิด quater อีกด้วย แต่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก .....
อารวี ปิดบัญชีไม่ทันค๊าบบบบ เค้าให้ส่งวันศุกร์ เที่ยงคืน !! แต่ตีสองแล้ว ยังไม่ไปถึงไหนเลย
นายคงสมเพชมั้ง เพราะเห็นหัวเขียวสลอนอยู่ทั้งห้าวันรวด เมื่อคืนนายเลยบอกว่า ... กลับบ้านได้แล้ว ดึกมากแล้ว ไม่ต้องสนใจว่า report จะเสร็จหรือไม่ กลับบ้านได้แล้ว ไป๊ ...ค่อยส่งวันจันทร์ ไม่ต้องทำแล้ว ( เออ นายดีมาก ) เราก็หยอดแสดง spirit ว่าไม่ได้ วันนี้วันสุดท้าย ไม่อยากให้ยูมีเรื่องก่ะทาง corporate นายบอกว่า ไม่ต้องเรื่องนี้จัดการเอง ก็เลยมาครึ่งทาง งั้นกลับบ้านนะ แล้วพรุ่งนี้ (คือวันนี้) ส่งให้ เอามั้ย เสร็จเหรอ เสร็จซิ .... งั้นโอเคนะ จะส่งให้ตอนเช้าเลย สุดท้ายก็เสร็จเอาหกโมงครึ่ง ( เช้าของที่โน่นพอดี )
เหนื่อยอิ๊บบบบบบบบ --! March 31 หายเปื่อยแว้ววคับโอ้ว พ่อแม่พี่น้องครับ หายป่วยแล้วหล่ะ มาเริ่มเรื่องกันดีกว่า ....
ศุกร์ที่ 13 หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ก็รู้สึกปวดท้องแหะ เอิ่ม คงไม่เป็นไรมั้ง ก็กลับบ้าน อ่าาาา เหมือนมีไข้นิดๆๆ งั้นกินยากันไว้ก่อนดีกว่า ปกติกินไทลินอลเม็ดเดียว ... อย่าตกใจ อย่าตกใจ ไม่เคยกินเกินสองเม็ดเลย แหะ แหะ คราวนี้ยังไงไม่รู้ กินไปสองเม็ดแล้วกัน แล้วเก๊าะนอน โอ้วววว นอนไม่หลับแหะ หมุนไปหมุนมา จนเช้า ไข้ก็ไม่หาย เหมือนตัวรุมๆ อยู่ ไม่เป็นไร เสาร์นั้นต้องพาพ่อไปรพ. ไปตามผล พ่อเป็นไข้เลือดออก เจ้าน้องชายก็เป็นเหมือนกัน แต่ไม่ได้คิดว่าจะติดกันหรอก เพราะอ๊อดไม่ค่อยอยู่บ้าน 555
หลังจากพาพ่อไปส่งรพ. เก๊าะลองถามหมอดูว่า เอาไงดีคะ อ่ะ ไปวัดความดัน วัดไข้ ดีใจเป็นบ้าเลย วัดไข้ได้ด้วย (ปกติมันไม่ค่อยจะขึ้นซักเท่าไหร่) คราวนี้วัดได้ 37.6 มั้ง ฮิ้ววววว เอิ่ม ว่าต่ะว่าคนปกติมันเท่าไหร่หว่า ลืมแระ
จนพี่หนิง พยาบาลหน้าห้องลัดคิวให้ เข้าไปปุ๊บ ผลเลือดออกมา ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ... แต่หมอสั่ง admit !! แง๊วววว เอาจริงดิ๊ เพราะว่า ไข้มันเพิ่มเป็น 38.5 ภายในสามชั่วโมง พ่อก่ะแม่ต้องนั่ง taxi กลับบ้านหล่ะ ส่วนลูกสาวต้องนอน #1616 ห้องสวย ดีนะเบิกได้ แพงเชียว ( ถามสภาพ ) ก็นอนแบบ ไข้มันก็ไม่ลด น้ำเกลือถุงแรกถูกจิ้มผ่านไป ติ๋ง ติ๋ง ติ๋งงงง แล้วก็หลับ 5555 ตื่นขึ้นมาก็ยังมีไข้อยู่นะ แต่ตอนนี้มีคนมาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว พร้อมทั้งดอกไม้ปลอบใจช่อนุง
พารากินไปเรื่อยๆ แต่ไข้มัน swing มากๆๆ เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง พยาบาลก็เดินจริ๊งงงง ห้าทุ่ม มียาแก้อักเสบมาอีกถุงเล็กๆๆ พร้อมด้วยยาแก้ไข้ประหลาดๆ + กับยาลดไข้แบบฉีด เอากันเข้าไป แต่ work แหะ เพราะว่าประมาณตีสองตีสาม พยาบาลเข้ามาดูอีกรอบ ไข้ไม่มีแล้ว แต่เหมือนนอนกลางทะเลไงไม่รู้ เหงื่อท่วมเตียงไปหมด แต่ขี้เกียจเปลี่ยนเสื้อ เก๊าะเลยเช็ดตัวอย่างเดียว แล้วนอนต่อ 55555
เช้าขึ้นมาปกติ จนอยากกลับบ้าน แต่ผลเลือดออกมาว่า เกล็ดเลือดลดลงไป 50,000 เหลือ 160,xxx จากวันแรกที่มาคือ 230,xxx ท่าทางจะเป็นไข้เลือดออกแล้วม๊างงง ตรู นอนก่อนอีกซักคืนนะ หมอขอดูเลือดพรุ่งนี้ก่อน ได้ค่ะ แต่น่าเบื่อจริงๆ เลยอ่ะ ไม่มีอะไรทำ แล้วก็ไม่มีอะไรดู แถมก็ลืมอยู่บ่อยๆๆ ยาถุงเล็กๆๆ มันไม่ได้ผ่านน้ำเกลือแล้ว ทีนี้มันก็หมด โดยที่เราไม่ได้ดู โอ้วววว เลือดมันไหลย้อนออกมาเต็มสายน้ำเกลือเลย แง๊ววว เลือดตรู ยิ่งไม่ค่อยจะมีก่ะเค้าอยู่ งึ่มมมม
ผ่านไปอีกหนึ่งคืน พี่เค้าก็มาเฝ้าเหมือนเดิม
มาวันนี้ หายเรียบร้อยค่ะ เกล็ดเลือดขึ้นมาเป็น 230,xxx แล้ว ผื่นแดงๆๆ มันก็จางๆๆ ลงไป ไข้เหรอ มันไม่มีตั้งแต่อัดยาวันนั้นแล้ว
ขอบคุณคุณหมอนะคะที่หาโรคเจอ แหะ แหะ ....
ขอบคุณที่หนูไม่ต้องออก forward mail ขอเลือด
ขอบคุณพยาบาล (ที่เดินจริ๊ง ไม่ได้นอนกันพอดี แป่วววว)
ขอบคุณข้าวที่อร่อยกว่าข้าวรพ. แถมถูกกว่าด้วย
ขอบคุณดอกไม้สวยๆ ขนมหร่อยๆ และกำลังใจที่มีให้ตลอดมา ขอบคุณนะคะ .... พี่..ที่มาเฝ้าหนู February 15 เรื่องมหัศจรรย์วันที่ 1 มีนาคม พี่ต่อ: หนุ่ม True ที่เคารพ (มั่งไม่เคารพมั่ง แหะ แหะ) จะแต่งงานก่ะพี่สวย: สาว DTAC เหมือนความรักข้ามค่ายของ RS และอากู๋ GMM ยังไงก็ไม่รู้แหะ และแล้วการ์ดสีชมพูก็วางอยู่ในมือน้องเรียบร้อยทั้งๆ ที่น้องเล่นแง่ว่า ถ้าน้องไม่ได้การ์ดจะไม่ไป เจ้าบ่าวก็ต่อว่าว่าแล้วเมื่อไหร่จะข้ามมาเอา (วะ) เล่นตัวจริง เอิ๊กๆๆๆ ตึกมันไกล๊ ไกลกันนิ๊ (ห่างกันตั้งสถานีรถใต้ดินนึงทีเดียวเชียว) ทำไมต้องตรูคนเดียวด้วยหว่า แง่มมมมมม แต่คิดอีกทีก็ดีนะ ได้รู้ทุกเรื่องดี ตอนนี้เริ่มรู้เรื่อง server แว้วววว หุ หุ ต่อปายยยยยยค้าววววจาเป็นเอ๊กซาเปิดของทุกแผนก ฮิ้ววววว ถ้าเค้าไม่ตายก่อง 5555 January 11 New Year 2009ปีใหม่แล้วเน๊อะ ดูเหมือนมันผ่านไปเร็วๆๆ ยังไงก็ไม่รู้ปีที่แล้ว เผลอแป๊บเดียว ปีใหม่ ปีใหม่อีกแล้ว ...
เปิดศักราชมาด้วยความหดหู่จัง ไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ก็เศร้า .... Santika ไง ไม่เคยไป และไม่เคยคิดจะไปที่พวกนี้อยู่แล้ว ด้วยความที่แพ้กลิ่นบุหรี่เป็นอย่างยิ่ง ก็เลยไม่สามารถไปได้ เคยผ่านอยู่บ้าง เออ สวยเนอะ หรูเนอะ แต่สุดท้ายก็ต้องปิดตัวลง (ตลอดกาล) ด้วยความเศร้าโศกของหลายๆ คน ทั้ง 64 คน ขอให้หลับสบายนะคะ
ปีที่ก่ะลังมาถึง มีความรู้สึกว่า มันอาจจะเป็นปีที่ไม่ค่อยดีของเราซักเท่าไหร่ ดวงก็ยังไม่ค่อยจะรุ่ง (ไอ้ที่อ่านตามนสพ. นะ)
มกรา ถึงมีนา ใช้จ่ายมาก ( เออ จริง ทั้งประกันรถ ประกันชีวิต ) แถมระวังอุบัติเหตุด้วย อืมมม จะได้ระวังระไวไว้
เมษา ถึงพฤษภา เปลี่ยนแปลงงาน ( เวงแล้ว จะโดนซองขาวมั้ยวะ ) มีโอกาสท่องเที่ยวเดินทาง เอออ ค่อยยังชั่วหน่อย
มิถุนา ถึง กรกฎา บริวารมีเรื่องให้แก้ไข ระวังเอกสารสัญญา ( ถ้าของส่วนตัวก็แล้วไป ถ้าเป็นสัญญาบริษัทหล่ะ เอิ่มมม )
พฤศจิ งานดี เงินคล่อง โอ้วววว สิ้นปีเลยตรูถึงดี เฮ่ออออ แต่ก็หมอดูก็เท่าๆ หมอเดา เชื่อหูไว้หู ดีกว่านะคะ แต่ว่า แง๊...... ฟังแล้วก็ คร่อกกกก
ปีนี้อากาศมันเริ่มจะดี (เกินไปแล้ว) หนาวนานมาก แล้วเราไม่ชอบอากาศหนาวเป็นที่สุด ตัวเตอแห้งไปหมด ครีมโบ๊ะมันเข้าไป คันคะเยอ แล้วอีกอย่าง อากาศ.. รวมไปถึงบรรยากาศหน้าหนาว หัวใจมักจะงอแงซำเหมอ
December 08 ขอนิดนึงนะสองวันที่ผ่านมา เป็นวันเกิด แก่อีกไปอีกปีแล้วตรู
ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ส่ง sms, e-card, หรือแม้แต่คำอวยทั้งหลายใน ฮิห้า หรือแม้กระทั่งโทรมา
... คำอวยพรทั้งหลาย ขอให้สะท้อนกลับไป ด้วยความยินดียิ่ง
ขอนิดเดียวที่จะพูดถึงเรื่องนี้อีก ....
แล้ว (อาจจะ) เป็นครั้งสุดท้ายนะ หวังว่า หวังว่า 55+
ทำไม.... แค่โทรมานิดนึงมันจะเป็นอะไรเหรอ
ไหนเคยบอกว่า จะไม่ลืม เพราะติดวันเกิดของพ่อ
รู้ว่ามันก็ไม่ควรจะคิดแล้ว
อืมมม แต่มันก็แอบติดอยู่ในใจนิดนึง
......
......
อวยพรในฐานะเพื่อนก็ได้นิหว่า
... รึยังไง ... November 25 ^^หน้าหนาวอีกแล้วอ่ะ เง้อออ แต่หนาวได้แป๊บเดียวก็ลากันไป หวังว่าจะมีลมหนาวมาอีกหลายระลอกก่อนที่จะร้อนอีกครั้งนะคะ....
หน้าหนาว ไปเที่ยวไหนดีน๊อ .... มันต้องทะเลชิมิเคอะ
ตอนนี้อะไรทุกอย่างในตัว เริ่มเปลี่ยนเป็นทูเล ฮิ้ววววววววว ..... เหนื่อยเน๊อะ ใกล้ปีใหม่แล้ว เรื่องงานก็เยอะมาก ปัญหามากมายก่ายกอง มันจะ risky อะไรได้มากมายขนาดนั้นเนี่ยะ เดือนสุดท้ายแล้วหล่ะ ก็หวังว่า อะไรๆๆ มันจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี .... เมื่อวานเพิ่งเอาซาก .... ถุงเถิงที่แตกส่งทำลาย โกดังค่อยดูดีขึ้นมากมาย ก็สามารถเก็บไอ้ถุงที่มันแตกเพิ่มได้อีก 5555 แพงเป็นบ้าเลย จริงๆ มันน่าจะมี size ที่เล็กกว่านี้หน่อยเน๊อะ นี่ size ตั้งเกือบ 10 ตัน แต่ของมีแค่ 4-5 ตันเอง จับโยน ตูมๆๆๆ หล่นหายแว๊บไปใน container
ตอนนี้ติด web นี้งอมแงม ... www.momocloset.com ไป search หาชุดว่ายน้ำยังไงไม่รู้ ชื่อนี้ขึ้นเพียบ ก็เลยลองเข้าไปดู .... ก็อ่านะ สวยไปหมด ถ้าเพื่อนๆ อยากซื้อ ทั้งเอาไว้ใส่เอง ทั้งเอาไปฝากคุณแฟน ทั้งเอาไปเก็บไว้เป็นก่ะลังจายยยยตอนลดน้ำหนัก เก๊าะเข้าไปดู .... ทำใจก่อนนิดนึงว่า อาจจะหลงจนหาทางออกไม่เจอ เอิ๊กๆๆๆ
October 21 บ้านหลังที่สองไปภูเก็ต อีกแล้วคับท่าน ...
บ้านหลังที่สองของเราเอง 55555 ไป outing กันมาโดยไปพักที่ Cape Panwa, แหลมพันวา อ่าวมะขาม วันของ outing จริงๆ คือวันที่ 17-19 แต่อย่างว่า บ้านของเราเราต้องลงไป clear สถานที่ก่อน ก็ลงไปตั้งก่ะวันพรึหัดที่ 16 เล้ยยยย แล้วก็ตามเคยค่ะ พี่โอ๋ มารับเค้าด้วยยยย ไปกันสามคน camry พี่แซมเก๊าะพอ ..... ที่ไหนได้ เฮ้ย เอารถตู้มาเลยเร๊อะ .... ไม่มีไรคุณ พ้มมาส่งออกพอดี เอ้า งั้นไม่ว่ากันค่ะ เริ่มออกเดินทาง ...
ไปหาข้าวกินกัน โอ้ววว หิวมากกก จะบ่ายสามแล้วนิ่ ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ก็ไปหาร้านป้าแดง แง๊วววว หมด .... งั้นวนร้านใหม่ โย่วว เจอแว้ว ร้านไม่มีชื่อ ข้างๆทาง เอาเหอะ ชาวบ้านดี ชอบๆๆๆ สั่งกันมาเพียบเต็มโต๊ะไปหมด (อารมณ์หิว) แต่กินกัน 4 คน หมดครับพี่น้อง .... เริ่มยิ้มออก เอ้า ไปไหนต่อก็ไป ซำบายแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไป ก็ตรงเข้าโรงแรม check in เรียบร้อย .... สลบ ตื่นมาอีกที ออกไปกินข้าวก่ะพี่ๆ Best Way ที่กระชังปลา ครูวิทย์ พี่แซมเอา Bin 2 มาฝากน้องขวดนุง น้องกินปายสองแก้ว มาววววววว ไม่รู้เมา wine รึว่าเมาคลื่น 555 ค่ำแล้วนิ่ เรือ speed boat วิ่งกันเร็วเชียว คลื่นกระแทก แพโยนไปตามๆ กัน แต่อาหารอร่อยมากกก สด หวาน หย่อย ...
เช้าวันที่ 17 ต้องไปรับเข้าที่หนามบินตอนเก้าโมงครึ่ง .... จะจอง flight เช้าอะไรขนาดนี้เนี่ยะพี่จิ๋ว ( ดีนะ เก้าโมง ไม่ลงถึงภูเก็ตเอาแปดโมง ) จาก cape ถึงหนามบิน คือจากใต้สุด ไปเหนือสุดของเกาะ วิ่งกันชั่วโมงนุง ก็คือออกจากรร. แปดโมงครึ่ง คิดเอาละกันว่าต้องตื่นกี่โมง รวมเบร๊คซะฟั๊ดด้วย แง่มมมม เริ่มด้วย ไปไหว้พระหลวงพ่อผุด คือองค์ท่านผุดขึ้นมาครึ่งตัว ตรงบริเวณนั้น มีน้ำเต้าอินเดีย ลูกใหญ่มาก ซึ่งพี่โอ๋บอกว่า คนโบราณเค้าเอามาทำกระติกน้ำด้วย ใกล้ๆ กันมีพิพิทธภัณฑ์ ซึ่งห้ามถ่ายรูป .... ไม่อยากบอกเล้ยว่า ของที่บ้าน ที่คุณนายแม่เก็บไว้ เหมื๊อน เหมือนที่พิพิทธภัณฑ์มีเล้ย อืมมมม
วันที่ 18 proram คือ ไปดำน้ำ .... เรือจอดที่ Royal Phuket Marina สวยกว่าท่าเรือลุง แต่เรือน้อยกว่าฝั่งของลุง เยอะเลย เรือ speed boat เป็นของครูแอ๊ด private ไปเลย นั่งกันไป 10 คน ที่เหลือเพียบ สบายๆๆ เกาะแรกที่เอาหัวจุ่มคือ ด้านนอกของเกาะไข่ shark point น้ำแรงมาก ปลิว หลุดกันไป ลากเก็บกลับมาได้พี่ฮวงก่ะพี่หมู .... หมดแรง พอเหอะพี่โอ๋ เปลี่ยนหมายให้เค้าหน่อย เหนื่อย ... จุดที่สองก็ยังกองนอกอยู่ น้ำก็แรง + ขุ่น เอาวะ เอาเข้าหน้าหาดเลยเหอะ ขอพักดีกั่ว .... สรุปว่า เกาะไข่ไม่ค่อย work เท่าไหร่ น้ำขุ่น + แรง + น้ำขึ้น .... เปลี่ยน .... ย้าย ..... speed boat ทะยานโครมๆๆๆ ไปพีพีดอน กินข้าวกลางวันที่นั่น น้ำทะเลใสแน๋ว เขียว สวยมาก กินเสร็จ ดูน้ำเรียบร้อย เอาวะ หินกลาง น้ำใส สวยมาก แต่มีแต่ปะการังแข็งนะคะ ไม่มปะการังอ่อนเท่าไหร่ แต่สมบูรณ์มากจุดนึง จบจากหินกลาง เรือวิ่งต่อไปที่ถ้ำไวกิ้ง ที่ที่เป็นที่เก็บรังนกหมัยก่อน ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว เพราะคนไปเยอะ ผิดกลิ่นไป นกนางแอ่นเลยไม่ค่อยเข้ามา เลี้ยวขวาไปนิดนึง เจออ่าวโล๊ะซะมะ คือห้องรับแขกของทะเลแถวนี้ น้ำใส นิ่งๆ มีปลามากมาย เจองูทูเล เจอน้องหอยมือเสือ อาจจะตัวเล็กไปหน่อย แต่เดี๋ยวก็คงโต เจอปลาบาราคูด้านะ ถ้าจำไม่ผิด ยังไม่ได้เปิดหนังสือดูเลย ดำผุดดำว่ายกันพอประมาณ แล้วก็เลี้ยวต่อไปยังอ่าวมาหยา แล้วเก๊าะกลับรร. พักผ่อน กินยาไป แล้วก็ออกมาดูสถานที่ bar-b-q สวยงามมาก โชคดีที่ฝนไม่ตก ไม่งั้น .... จึ๋ยยยยย
วันสุดท้าย TAAส่ง sms มาแต่เช้าว่าเครื่อง delay ไปชั่วโมงนึง ก็เลยเติม prog เข้าไป ให้ไปไหว้พระ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ดูร้านมุก ไปสอยมุกกันมา ก่อนไปทำ spa ที่สุขโขสปา นวดตัวกันเรียบร้อย สองชั่วโมงผ่านไป ท้องก็ร้องดังค่อกๆๆ กินข้าววววว ร้านปากน้ำ seafood อร่อยเหมือนเดิม กับข้าววางหายๆ ซื้อของฝากที่ร้านพรทิพย์ แล้วเก๊าะรอขึ้นเครื่อง ที่ delay แล้ว delay อีก ฝนถล่มกระจุยกระจาย เลื่อนมันเข้าไป เครื่องออกไม่ได้ ขึ้นไม่ได้ ....
แต่สุดท้าย ก็กลับบ้านมานั่งเขียน blog ด้วยความปลอดภัย อิ อิ เดือนหน้า ไปนอนเล่นเกาะยาวน้อยดีกั่ว ......
September 15 เกาะเต่า เกาะเต่า without scubaกลับมาแล้นนนนนน.....
หลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งไปเกาะเต่า package นี้ ได้รับความอุปการะคุณจากพี่โป๊งเหน่ง ที่เป็นทู่ระปะปังหามาให้ มันคือ ตั๋วรถ + เรือ + ที่พักที่เกาะเต่า resort Twin Superior + BF เบ็ดเสร็จ 4,200 บาท เจ๊แกรอยากไป หาคนไปเป็นเพื่อน พอเราเห็นราคา อ่า ไปเก๊าะได้เจ๊ หนูสามารถ แล้วก็ไปโลดดดดดด....
แต่อาการก็เริ่มต้นด้วย รถติดวินาศสันตะโร ... เป็นวันพรึหัดอันวิปโยค รถติดคอดๆๆๆ นัดเพื่อนที่ทำงานแถวนั้นว่า เออ ช๊านนนนนจะไปหา ก่อนรถออก พาเที่ยวด้วยเน้อ กระหยิ่มยิ้มย่องได้ไม่นาน โอ พระเจ้าช่วย รถติดคอดดดดด ระยะทางขึ้นมาเจ็ดโล ปาเข้าไปสองชั่วโมงก่า หมดค่า taxi ไป 250 เง้อออออ
รถบัสลมพระยาคันใหญ่ จอดรอเราอยู่ที่นั่น วงเวียนหน้าวัดบวร หลังข้าวสาร ขึ้นรถเสร็จ เก๊าะเม้าท์ ยังไม่ถึงสมุทรสาครเลยค๊าบบบบ หลับ !! อิ๊ อิ๊ รถโยกเยกไปหลายเพลา เหมือนจะลื่นตกถนนก็มีบ้าง เอิ๊กๆๆๆ สุดท้ายตีห้า ก็จอดแอ้งแม้งอยู่ที่ท่าเรือ check in เรือเรียบร้อย ก็รอเรือออก ทั้งฝน ทั้งลม ทั้งคลื่น เมากันไป แต่เราสองคน เก่งเน๊อะพี่เน๊อะ ..... แหม liveaboard ทำเรามากกว่านี้อีก 5555 คลื่นแค่นี้ เด็กๆๆ 1030 ก็เดินโซซัดโซเซ เข้า resort หน้า resort สวยมากกกกก อ่าวโฉลกบ้านเก่า หน้าหาดขาว... ยาว ทะเลใส เสียอย่างเดียว หาดไม่ลึก 5555 ดูแววแล้ว เดินลงน้ำไปประมาณครึ่งโล ยังไม่ถึงเอวเลย เอิ๊กๆๆๆๆ
ฝนที่รัก.... ก็ตกรับเราทุกเย็น ทั้งสองวัน ฟ้าใสมาเอาวันสุดท้ายก่อนกลับ (ต้อนรับ full moon มันซะ แง่ม) ไปถึงโน่น ไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็มีเช่น เพื่อนพี่โป๊ง มารับไปกินข้าว กินเหล้า โน่นนี่ ทั้งสองวัน อาหย่อย.... แล้ววันที่สองก็ฝ่าลม ฝ่าคลื่นไปดู location เพื่อให้คุณพี่หาหาดไปถ่ายแบบ ไอ้เราเก๊าะเช่าอุปกรณ์มาเรียบร้อย โดดตูมๆๆๆ กินน้ำไปหลายอึกอยู่
ขากลับก็เอาเรื่อง นั่งอีกหลายชั่วโมงเลย เมื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก......
ไปหาหมอนวดดีกั่ว อิ อิ August 22 "เพื่อนใหม่" อีกคนเมื่อเย็น ... เพลงนี้ได้ถูกเปิดโดยสถานีวิทยุหนึ่ง อืมมมมม ไม่ได้ฟังนานแล้ว ... ใครขอวะ แง่มม ...
"ตั้งแต่ครั้งที่เราจากกันแสนไกล เหตุและผลมากมายไม่เคยสำคัญ เท่ากับความรู้สึกที่ใจของฉันนั้นเก็บให้เธอ
แต่ละครั้งที่เราผ่านมาพบกัน อาจบังเอิญได้ยินข่าวคราวของเธอ นั่นคือความรู้สึกที่ใจของฉันคอยอยู่เสมอ ขอบฟ้าที่เรานั่งบอกคราวนั้นยังมีความหมาย ต้นไม้ลำธารยิ่งมองยิ่งคิดถึงเธอมากมาย ชีวิตที่มันขาดเธอวันนี้ยังเดินต่อไป แค่ได้คิดถึงก็เป็นสุขใจ หยิบเอาภาพที่เรากอดคอด้วยกัน ได้แต่ยิ้มกับมันด้วยความชื่นใจ และก็ยังเสียดายกับการสูญเสียเธออยู่เรื่อยมา ได้ยินเสียงบทเพลงที่เธอชอบฟัง และทุกครั้งยังแอบมีน้ำตา ยิ่งเวลารู้สึกไม่มีไม่เหลือใครอยู่ตรงนี้ ขอบฟ้าที่เรานั่งบอกคราวนั้นยังมีความหมาย ต้นไม้ลำธารยิ่งมองยิ่งคิดถึงเธอมากมาย ชีวิตที่มันขาดเธอวันนี้ยังเดินต่อไป แค่ได้คิดถึงก็เป็นสุขใจ ขอบฟ้าที่เรานั่งบอกคราวนั้นยังมีความหมาย ต้นไม้ลำธารยิ่งมองยิ่งคิดถึงเธอมากมาย ชีวิตที่มันขาดเธอวันนี้ยังเดินต่อไป แค่ได้คิดถึงก็เป็นสุขใจ และจะคิดถึงเธอตลอดไป..." และแล้ว ... ในวันนี้ เราก็ได้เพื่อนเพิ่มมาอีกคนนุง .... แต่ก็อย่างที่บอกพี่วัฒไป เง้ออออ เพ่ เพื่อนน่ะมีเยอะแล้ว ไม่อยากมีเพื่อนเพิ่มตอนนี้ง่ะ เข้าใจป่าว... ทำไงได้หล่ะน้อง .. เฮ่อออ ก้อจริงค่ะ เอาเนอะ เก๊าะมันทำอะไรไม่ได้มากไปก่านี้แล้วนิ่ แหม่ แหม่ แหม่ ...
และอยากจะบอกเพื่อนๆ ว่า ...
ขอบใจเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ที่คอยถามไถ่เรื่องราว แบบรู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง
ขอบคุณบ่าทางทอสับของทุกสาย แม้ว่าจะไม่ใช่บ่าจริงๆ แต่ก็คงเปื้อนน้ำตาข้าพเจ้าไปไม่มากก็น้อย
ขอบคุณทุกคำ .. ทั้งปลอบประโลม (และโอ้โลม 555) ทั้งไม้อ่อน ไม้แข็ง ... ต่างคนต่างก้อมีวิธีปลอบน้องที่ต่างกันไป เอาน่าหนูรู้ว่าพี่ๆๆ อยากให้หนูดีขึ้น และตอนนี้ หนูดีขึ้นมากๆๆ แล้วค่ะ
"น้ำตา" มันคงหลงเหลือบ้าง .. ในบางเวลา .. หกปีเน๊อ จะทำให้มันแห้งเหือดได้ภายในหกวันก็ยากอยู่
"แค่ได้คิดถึง ก็เป็นสุขใจ .... และจะคิดถึงเธอตลอดไป" เก๊าะแค่นั้น ... August 11 ขอ...ขอพักใจลงชั่วคราว" ใจ...ที่เคยหวัง หวังไว้นานไปมันทำให้ใจเริ่ม...เปลี่ยน
เปลี่ยน...เปลี่ยนเป็นท้อๆ ในใจ เหนื่อย...เหนื่อยใจเพราะรักมานาน มันนานเกินไป " มันตอบยากขนาดนั้นเลยเหรอ กับคำถามง่ายๆ
" ยังมีความรู้สึกดีๆ ให้กันอยู่มั้ยนะ
รึว่ายังมีเค้าอยู่ข้างๆ เหมือนเดิมมั้ย "
เวลาสองวัน กับคำตอบที่ได้มา
นั่นคือ... ความเงียบ
มันตอบยาก ตอบเย็น ขนาดนั้นเลยเหรอ
ถ้าคนยังมีใจให้กันอยู่ มันก็ไม่ต้องคิดอะไรไม่ใช่เหรอ
ใช่มั้ย...
การที่ไม่ได้ตอบอะไร... มันเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว
....หล่ะซิ July 26 ญี่ปุ่น ... เราไปทำอะไรกันน๊า15 กค. เครื่องออกจากสุวรรณภูมิ ตอนเที่ยงคืน พร้อมกับการจารจร (ทางอากาศ) ที่ติดขัด delay ไปนิดนุง ครึ่งชั่วโมงมั้ง อยู่ในอาการง่วงงุน ลืมไปแล้ว ตื่นมารอบแรก เพราะเอปลุกให้ดูพระอาทิตย์ขึ้น จ๋วยยยยยยยย นั่นคือเวลาตีสี ถ่ายรูปเสร็จแล้วก็นอนต่อดิ่ จะรออาร๊ายยยยย ตื่นมาอีกที ก็ยี่ปุ่น 5555
16 กค. landing ที่ Narita ฮ่วย ทะมายหนามบินกันดารงี้น่อออ มีทุ่งหย้งทุ่งหญ้า นี่น่ะหรือ นาริตะ แต่พอก้าวเท้าเข้าไป ฮิ้ววววว ดูดีก่าบ้านเราอีกนิ๊ ห้องน้ำ สะอาดสะอ้าน ตั้งสองแถว เรียงเป็นกิโลๆ ไม่ต้องรอคิวนาน พร้อมด้วยความสะอาดเป็นอย่างยิ่ง ... เชื่อมั้ย กระดาษรองนั่ง (ชักโครก) เป็นกระดาษยี่ห้อ "การบินไทย" แต่ที่บ้านเราไม่มี !! หลังจากไปแลกตั๋ว JR เรียบร้อย ก็นั่ง NEX (Natira Express) จากหนามบินเข้าตัวเมืองโตเกียว ในเวลาหนึ่งชั่วโมงเป๊ะ แถมเวลามาถึงยังเป๊ะด้วย บอกว่าจะออก 0718 ก็ออกตามนั้น ไม่มีออกก่อน ไม่มีออกหลัง
เอากระเป๋าไปเก็บใน locker ก่อนดิ่ แล้วค่อยเดินเที่ยวกัน โอ้ว .... ขอภาษาอังกฤษนิดนึง ใครก็ได้ ช่วยที เห็นตัวเลขแว๊บๆๆ ว่า 500 คงจะเป็น 500 เยนเป็นแน่ ต่ะว่า มันสำหรับกี่วัน กี่ชั่วโมงฟระ ถามใครก็ไม่รู้เรื่อง เอาไงดี งั้น เปลี่ยนที่ฝากดีกว่า ลงไปข้างล่างอีกชั้น เผื่อจะมีอะไรดี ... ปุเลงๆ กันลงไป ก็เจอะเจอ ความใหญ่ อลัง ของ Tokyo stn. มีกี่ชั้น กี่หลืบเนี่ยะคะ เยอะแยะมากมาย ชานชาลา ก็พรึ่บพรั่บ ลงรถไฟ ต่อไป Shibuya หรือ Shinjuku หว่า ... เวลามีน้อย ใช้สอยประหยัด ขึ้นจากรถไฟเสร็จ ออกมาเจอโลกภายนอก หลงอยู่นาน 555 กว่าจะเจอห้าง Shibuya 109
Shibuya ก็คือ ห้าแยกลาดพร้าวบ้านเรานี่เอง มันแคบกว่าห้าแยกบ้านเราหน่อย แต่รถ ก่ะคน มีน้ำใจกันมากๆ ไม่มีการข้ามตอนที่ไฟเป็นสีแดง Shibuya เป็นแหล่งขายพวกเครื่องสำอางค์ต่างๆ ก็ว่าได้ ส่วนมากเครื่องสำอางค์เค้าจะขายในร้านขายยา เครื่อง vender ขายน้ำ ขายบุหรี่ มีให้เห็นทั่วไป คนที่นั่นสูบหนักถึงขนาดมีตู้สูบบุหรี่ หรือไม่ก็ ตู้ทิ้งเถ้าบุหรี่ ตามที่สาธารณะให้เลยนะ เอบอกว่า วันๆ นึง ขี้เถ้าในตู้มีมากมายมหาศาล เค้าก้อคงมีการ recycle ขี้เถ้าบุหรี่เป็นแน่ ถ้าอยู่นานหน่อยอาจจะรู้ เอิ๊กๆๆ
เวลาประมาณ 1545 เก๊าะขึ้นรถไป Osaka กัน ใช้เวลาทั้งหมด จาก Tokyo รวมสามชั่วโมง ถึงโรงแรมเอาประมาณสองสามทุ่มแล้ว โรงแรมเดินไกลมากกกกกก ล้อเล้อแตกกันไปหมดสองล้อ กาเป๋าเริ่มพิการ แต่ยังเข็นได้อ่ะ เพิ่งรู้เหมือนกันว่ารร. ที่เอจัดมาเนี่ยะ มันอยู่ใน zone ของแหล่งบันเทิง ตื่นตาตื่นใจจริงๆ คืนนั้นเหมือนมีงาน แต่ด้วยความที่หิว หน้ามืด หาร้านกินข้าวก่อนดีกว่า ก็ไปเจอร้าน vendor ร้านนึง ราคาใช้ได้ ก็ไปเมียงมอง ไปกด ..... ถึงแม้หน้าตามันจะไม่เหมือนก่ะที่แปะไว้ที่หน้าตู้ (เราคงเข้าใจผิดไปเอง) แต่ก็กินหมด 5555 เสร็จแล้วก็เดินถ่ายรูปกัน ป้ายโฆษณาไฟนีออนสวยๆ ต่างๆ มากมาย พอได้เวล่ำเวลา ก็กลับโรงแรม นอนนนนน
โรงแรมหน้าตาน่ารักมาก ห้องเป็นแบบญี่ปุ่น คือ นอนฟูก ต้องขอบคุณเอจริงๆ ที่หาโรงแรมนี้มาได้
17 กค. ตื่นกันก็สายโด่ง กว่าจะไปถึง Universal Studio ก็ปาไปเกือบสิบโมงก่าๆ ได้มั้ง แล้วก็หาทางหอบหิ้วกระเป๋าไปฝากไว้ที่สถานีก่อนอีกด้วย พร้อมก่ะจองตั๋ว JR ไว้แล้ว เพื่อไปต่อที่ Yogohama ตอนเย็น Universal Studio ต้องลงที่สถานี Universal City เดินผ่าน อะไรต่างๆ มากมาย (แต่ไม่เมื่อย เพราะละลานตาไปหมด) เครื่องเล่นมีเยอะมาก แต่ไม่ได้เล่นเลย เดินดูโน่น ดูนี่ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่า เอ่... มันต้องมีอะไรแน่ๆ ถามไปถามมาได้ความว่า จะมี parade รอดูหน่อยดีก่านิ๊ ....
ช่วงที่ไปเป็นหน้าร้อนของทางญี่ปุ่น เด็กๆ ปิดเทอมใหญ่ เด็กเลยเต๊มม ไปหมด parade นั้น สนุกมาก คนที่ร่วมแสดง ยิ้มแย้ม ร่าเริง แม้ว่าแดดจะร้อนเปรี้ยง เหงื่อจะไหล ไคลจะย้อยก็ตาม ... ขบวนจะหยุดเป็นจุดๆ ตามที่ mark เอาไว้ เด็กๆ จะมีปืนฉีดน้ำเล็กๆๆ คนละอัน พอขบวนมาหยุด แต่ก็จะยังมีการแสดงไปเรื่อยๆ เด็กๆ ก็จะลุ้นว่า เมื่อไหร่จะฉีดน้ออออ พอสิ้นเสียง let's play.... น้ำเนิ้ม มาจากไหนมั่งก็ไม่รู้ เหมือนสงกานต์บ้านเราเลย ทั้งขบวน ทั้งเด็กน้อย ทั้งพ่อแม่ ทั้งผู้ใหญ่ที่หยุดรอ ก็เปียกกันไปตามๆ กัน แต่โชคดี เรากระโดดทัน
หลังจากหลงระเริงที่ Universal อยู่นาน คุณพระช่วย ลืมเวลาที่รถไฟออกไปเลย ขอให้ทันเห๊อะ ขามาน่ะ มันประมาณ 20 นาที แต่ไอ้ขากลับนี่ดิ่ มันต้องรอรถจากสถานีนานไปหน่อย แล้วดั๊น ไปฝากกระเป๋า ที่ไกลคอดๆๆ 555 วิ่งกันหน้าตั้ง เกือบตกรถไฟแน่ะ ขึ้นรถไฟได้ ก็หอบแฮ่กๆๆๆๆ ถึงสถานี Yokohama ตอนประมาณหกโมงครึ่ง พี่หน่อย และหลานตัวน้อย มายืนรอแล้ว โยสุเกะคุง หล่อมากกกก น่ารักมากกก เอาข้าวเอาของไป check in ที่ Sheraton ฮิ้ววววว ได้นอนเชอร์ราตันเลยว๊อยยย กิ้วๆๆ twin room คืนละ Y 14,000 ยังชวนโยะคุงว่า มานอนเล่นก่ะน้าอ้อมั้ย เจ้าตัวเล็กไปซุบซิบก่ะคุณแม่ว่า ... คุณครูไม่ให้ไปไหนก่ะคนแปลกหน้า น้าอ้อเป็นคนแปลกหน้า ไปไม่ได้ฮับ
คุณพ่อ มารับเจ้าตัวเล็กไปนอนก่อน คุณแม่หน่อย ก็พาเราทั้งสองไปถ่ายรูปที่ อะไรน้า มิไร เป็นที่ที่มีตึกสูงที่สุดอยู่ที่นั่น และชิงช้าสวรรค์ สวยมาก แต่ไม่มีขาตั้ง มือก็นิ่งซะด้วยจิ่ 555
18 กค. วันนี้พี่หน่อยจะพาสาวน้อยทั้งสองไป shopping เพราะพี่เค้าว่าของที่นี่ ถูกกว่าที่ Tokyo เราสัญญาก่ะ front ไว้ว่าจะกลับมา check out ตอนบ่ายโมง พี่หน่อยพาไปร้าน 100 เยน ของเยอะมากกกกกก และแล้ว เอก็ได้ของมาเต็มตะกร้า แต่เราได้สี่ห้าชิ้น 555 อีกแล้ว ไปๆๆๆ เสียงพี่หน่อยเร่ง เดี๋ยวไม่ทัน ไวๆๆๆ มีอีกหลายที่ที่พี่อยากพาหนูไป ... เราอยากได้ lens มากกก จดราคามาอย่างดิบดี แต่ก็ไม่ได้ซื้อ ที่เล็งไว้คือ canon 17-85 mm. f4 L IS นั่นคือที่จดไป แต่เพิ่งสังเกตว่า ที่ญี่ปุ่นมันมีแต่ USM ไอ้เราก็ว่าทำไมมันขายแพงกว่าที่เมืองไทยฟระ สุดท้ายเพิ่งมาฉลาด .. USM ที่เมืองไทย อยู่ประมาณห้าหมื่น แต่ที่นั่นขายที่สองหมื่นสอง แง๊ ..... โง่จิงๆๆ ตรู
ตกบ่าย เราเก๊าะไปรับโยะคุงที่โรงเรียนกัน เค้าปิดเทอมพอดี ต้องขนข้าวขนของกลับบ้าน หน้าตาเจ้าหนู moody เล็กน้อย แต่พอถามว่า ... โยะคุง น้าอ้อถ่ายรูปก่ะหนูได้มั้ยคับ หน้าตาเป็นตูดนั่นก็เปลี่ยนไปโดยฉับพลัน พร้อมชูสองนิ้ว .. 555
และแล้ว น้ำตาลูกปู้ชายก็หยด เพราะน้าอ้อวิ่งไปขึ้นรถไฟ โดยไม่หันกลับมาบะบายเค้า เจ้าตัวเล็กยืนน้ำตาไหลอยู่หน้าประตูทางเข้า ที่ไปส่งน้าๆๆ ทั้งสอง น้าอ้อขอโทษค๊าบบบบ
19 กค. วันนี้ตื่นสายได้ เพราะตารางเราไม่แน่นเท่าไหร่ ตอนแรก plan ไปโน่นไปนี่มากมาย สุดท้ายได้ไปแต่ววัด Asakusa และ shopping ที่เดิม Shibuya จนได้ของครบ แต่สงสาร Emi เพื่อนเจ้าเอจัง หิ้วของฝากหนั๊ก หนัก ติดตัวไปด้วยตลอดเวลา นับถือๆๆ
20 กค. โย่วววว ตื่นกันแต่ช้าววววววววว เพื่อไป Disney Sea พี่หน่อยเลือกเป็น sea มาให้เพราะพี่เค้าว่ามันสวยกว่า แต่ของเล่นน้อยกว่านิ๊ ไม่เป็นไรค่ะ เที่ยวๆๆๆ ถ่ายๆๆๆๆ เล่นๆๆๆๆ คนเยอะมากกกกกกกก ของเล่นบางอย่าง อุดส่าห์ไปเอา fastpass ตั้งก่ะเที่ยง คิวได้คือตอนหกโมงเย็น คร่อกกกก กลับมาก็แวะ Tokyo stn. ก่อน ซื้อ tokyo banana ไปซะสิบกล่อง หมื่นเยน เอิ๊กๆๆๆ แม่คะ รอบหน้าถ้าไปอีก เอาแค่ชิ้นสองชิ้นก็พอเน๊อะ 5555
ขอเวลาเก็บตังค์ก่อนนะคะ เอาไว้มีกาตังค์จะไปใหม่ รอบนี้จอง Ashi Lake นะคะ อยากเห็น Fuji-san จังวุ๊ย June 30 Yokoso JapanYokoso Japan : Welcome to Japan
กลางเดือนหน้าจาไปเสียตังค์ก้อนหย่ายแล้ววุ๊ย เฮ่อออ ประสบการณ์ชีวิต ที่แลกมาด้วยกาตังค์ก้อนใหญ่มั่กในชีวิตเช่นกัน จากปลายเดือนสี่ ส่ง sms ไปชิงตั๋ว TG ราคา 4,800 บาท ก็แน่อยู่แล้วที่มันต้องไม่รวมภาษีสนามบินเป็นแน่แท้ .... โชคดีหรือว่าโชคร้ายไม่รู้ที่ได้ตั๋วราคาพิเศษมา เบ็ดเสร็จ 11,550 มั้ง ไป-กลับญี่ปุ่น ..
แล้วยังไงต่อ ความคิดในหัวก็ไม่มี ไม่เค้ยไม่เคยคิดจะไปเที่ยวญี่ปุ่น จะให้หา detail ทำ program เที่ยวเนี่ยะมันยากเย็นจริง นั่งทำกัน ผ่านไปหนึ่งวัน ยังไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน (จริงๆ ) โทรหาคนนู้นคนนี้ น้าพี่ น้องเพื่อน เพื่อนของเพื่อน จนแม้กระทั่งพี่ๆ บริษัทข้างๆ ก็ถูกเราป่วนถาม ถาม ถามกันถ้วนหน้า... จนทำเรื่องขอ visa ผ่านไปแล้ว ... ขอย้ำว่า visa ก็ผ่านแล้วด้วย ฮิ้วววววว .... ซวยแล้ว ต้องไปจริงๆ แล้วอ่ะดิ่ ... คำพูดแรกหลังจากบอกพี่ๆ ว่า เฮ้ย visa ผ่านแล้วว๊อย คือ "สม และ ซวยแล้วเอ็ง จะมีตังค์เหลือดำน้ำมั้ยวะ" ( ไอ้คุงพี่เวง ) ขอบจายจริงๆวุ๊ย
แต่เหมือนฟ้าประทาน (ดีนะที่ประทานก่อนไปถึงโน่น) มีเจ้านายเก่าที่ผันตัวเองไปเป็นคุณนายอยู่ประเทศยี่ปุ่งมานมนานหลายปี ได้ติดต่อมาทาง email ในใจคิด รอดตายแล้วตรู ... สวรรค์โปรดจริงๆ เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวที่มีอยู่ของพี่หน่อยคือ postcard เก่าๆ หนึ่งใบ ที่ได้มาตั้งแต่ตอนที่พี่เค้าย้ายไปที่โน่น ... นอกนั้นก็ไม่มีอะไรที่ติดต่อพี่เค้าได้เลย พี่หน่อยได้แนะแนวทางอย่างดี หลังจากที่แว่บงานออกไปคุยด้วยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นั่งฝอยกันอยู่ถึงสี่โมงเย็น ได้บ้างไม่ได้บ้าง 5555 แต่ ณ วันนี้ program มีการเปลี่ยนอีกแล้ว แต่ต้องดูก่อนว่า อีกคนที่ไปด้วย จะเอาด้วยมั้ย แล้วเดี๋ยวจะเอา program มานำเหนอ
ปล. ค้าวววววต้องหิ้ว Jap for beginner I ที่อุตส่าห์ได้ A ไปยี่ปุ่งด้วยมั้ยเนี่ยะ เอิ๊กๆๆๆๆๆ ว่าต่ะว่า .... เอาหนังสือไปไว้ไหนแล้วหว่า อืมมมมมมม May 16 โลกกลม !!ทุกคนคงรู้ว่าโลกกลม .... แต่จะมีใครที่เจอเหตุการณ์แบบนี้มั่งน้อออ
ตอนประถม มีเพื่อนร่วมชั้น (คนละห้อง) ทำวีรกรรมช่วยคนโดนรถชน แล้วรู้สึกว่า ได้ขึ้นบอร์ดโรงเรียนจำได้ติดตาว่าชื่อ เกียรติเกริกไกร ใจสมุทร... เพราะชื่อแปลก พอเข้ามัธยม ดุ๊กก็เข้าเรียนที่เดียวกัน แต่คนละห้อง จนจบม. 6 ส่วนเพื่อนอีกคน หนูแหม่ม แหม่มเข้ามากลางปีมั้งคะ น่าจะประมาณม.2 ม.3 แล้วก็ได้อยู่ห้องเดียวกันมาจนจบม. 6 เพื่อนแก๊งเดียวกัน (ภูมิใจมากที่ตอนแหม่มแต่งงานมีรูปเราขึ้น presentation ด้วย 55) ถ้าเราเลือกเรียนที่ธรรมศาสตร์ เราสองคนก็คงเรียนด้วยกันต่อไปอีกสี่ปี แต่ก็อ่ะนะ โชคชะตาฟ้าลิขิต แหม่มเลือกเรียนนิติ แต่อ้อเลือกที่จะต่อที่ ABAC ..... เวลาผ่านไป ๆ ๆ ... แกรนัดเจอกันหน่อยดิ่ ชั้นจะแจกการ์ด .... เฮ้ย เจ้าบ่าวเนี่ยแกร เพื่อนช้านนนนนนน เคยเรียนก่ะชั้น ตั้งก่ะประถมแน่ะ .... เจอกันที่ไหนเนี่ยะ ... ธรรมศาสตร์ เรียนคณะเดียวกันแกร แหม่มยังไม่รู้เลยนะว่าพี่ดุ๊กเรียนเตรียม'น้อม ที่เดียวกันมาก่อน (ดุ๊กสอบเทียบไปก่อนนั่นเอง) แป่วววววว ... โลกกลมรอบที่หนึ่ง
เมื่อวันสองวันมานี้ ... เจ้าแหม่มอีกตามเคย (เจ้าแม่โลกกลม) โทรไปคุยก่ะแหม่มเรื่องนา เพื่อนอีกคนที่เพิ่งคลอด ... คุยไปคุยมา แหม่มก็ถามว่า ...... อ้อ อ้อมถามแหม่มว่า แกรรู้จักพี่แจนด้วยเหรอ .. บุคคลเพิ่มเข้ามาอีกแล้ว งงหล่ะซิ
แล้วสงสัยกันมั้ยว่า ทำไมอ้อมถึงเห็นอัลบั้มรูปพี่แจนได้ ... เจ้าอ้อมแต่งงานก่ะน้องชายพี่แจนน่ะซิ ... โลกกลมรอบที่สอง !!
April 10 กรุงเต๊บ - โคราช - กรุงเต๊บช่วงเวลาประมาณเดือนเมษา - พฤษภา ญาติๆ ทางบ้านแม่ จะมีการรวมญาติกันทำบุญ คุณตา คุณยาย คุณทวดๆๆ ทั้งหลาย ปีนี้ก็เช่นกัน..
หลังจากนัดกันเป็นมั่นเหมาะ วันอาทิตย์ที่ 6 ก็ฤกษ์ดี ได้เวลารวมพล คุณนายสั่งออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าครึ่ง .. จะรีบไปไหนฟระ ไอ้อ๊อดถาม ... พี่อ้อขับนี่ลูก เผื่อเวลาเอาไว้หน่อย 555 อารวีใช้เวลาขับมากกว่าคนอื่นประมาณเท่านึง เอิ๊กๆๆ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วก็ออกจากบ้านเกือบหกโมง เพราะไอ้น้องตัวดีมันไม่ยอมตื่น ... ขึ้นรถได้ เก๊าะกดเลขไมล์ ดูจิ๊ วันนี้จะไปกี่โลน๊าาาาา ...
รอบนี้ขับไปเรื่อยๆ ความเร็วอยู่ประมาณ 110-120 เอ๊ง (ถ้าเป็นไอ้อ๊อดขับ ป่านนี้ไปถึง 140-150 แล้วมั้ง) ปุเลงๆๆ ไปเรื่อยๆ แปลกมากที่ไม่มีอาการง่วงนอนให้ปรากฎ ขับไปนึกไป เอ่อออ เมื่อคืนทำอะไรไป เมื่อเช้ากินอะไรน้อ ไม่ง่วงเลย .... ประมาณเจ็ดโมงถึงรพ.มิตรภาพเก่า ตอนแรกดีใจ๊ ดีใจว่า โย่วว ใกล้ถึงแล้นนน แต่อ่าวว ไม่ใช่นิหว่า ต้องขับอีกนานเลยตรูกว่าจะถึงย่าโม แถมพอเลยมาหน่อย ฝนก็เทกระหน่ำลงมา โอ้ววว ไม่ง่วงแล้วฮ๊าบบบบ แล้วหลังจากนั้นฝนก็ตกๆ หยุดๆ ตลอดจนถึงตัวเมือง
ประมาณเก้าโมงก่าๆ จอดรถ ... หาข้าวเช้ากิน ... โอ้วววว พระเจ้า เมื่อยอิ๊บ เมื่อยคอดๆๆ ทำไมตรูเมื่อยงี้ฟระ นั่งนานเหรอ ไม่จิ่ นั่งทำงาน นานก่าขับรถอีก ... กินข้าวเสร็จ คุณนายเก๊าะไปเหมาไก่ย่างไปทำบุญ ... 10 ตัว ค๊าบพี่น้อง !! ซื้อแทบใส่รถไม่หมด ... มะไฟอีก 10 โล ... (หวยจะออก 1 0 มะเนี่ยะ ) มีกาตังค์เมื่อไหร่ จาถอยกะบะมาให้แม่ขนของ เอิ๊กๆๆ ออกจากตลาด เหยียบต่อไปบ้านปราสาทอีกประมาณชั่วโมง โอ้ววว ขับรถอีกแล้ว เฮ่อ ... เกือบไปไม่ทันพระท่าน 11 โมง ถวายเพลแน่ะ ฉิวเฉียดไปหน่อยนึง..
คุณนายเม้าท์ ๆๆๆ ๆๆๆ และ เม้าท์ ก่ะญาติ อย่างสนุกสนาน ...
ไอ้อ๊อดนั่งตาปรือ พร้อมก่ะเหงื่อแตกซิก
ส่วนเค้าก็นั่งทำใจ เมื่อไหร่ต้องขับรถอีกว๊าาาา ....
ออกจากวัดได้ก็เหยียบเท่าที่ (เรา) จะทำได้ 555 รถน่ะมันวิ่งได้เร็วกั่วนี้เย๊อะ ต่ะว่าคนน่ะปอด
** remark **
- เมื่อยว๊อยยย... เมื่อยตรูด เมื่อยก้น เมื่อยบั้นท้าย เมื่อย เมื่อย เมื่อยยยย .... ทำไงดี มีวิธีไหนมั่งน้ออออ
- อยากรู้จังว่าศูนย์เติมลมยางมาให้เท่าไหร่ฟระ ... ขับไปจะอ๊วกไป ทำไมพี่หล่อเค้าเด้งขนาดนี้เนี่ยะ รถเค้านะไม่ใช่รถอ๊อด .. แต่'รมณ์ที่มันเด้งๆ เนี่ยะ 'รมณ์เดียวกันเล้ยยย
February 19 ~ Destiny ~ใครจะไปเชื่อว่า คนที่เพิ่งเจอกันแค่แปดชั่วโมง คุยกันไม่ถึงยี่สิบประโยคในวันแรก
และจากคนที่คุยแต่เรื่องงานเป็นส่วนใหญ่ ... จะทำอะไรให้เรามากมายขนาดนี้
.........
พี่โอ๋ฮับ ค้าวววจะไปภูเก็ตวันนึง หาที่พักให้หน่อยจิ่ฮับ
คุณอ้อจะมาวันไหน เอาราคาเท่าไหร่ว่ามา เดี๋ยวผมจัดการให้
ผ่านไปอย่างฉุกละหุกพอสมควร เส้นยาแดงเกือบผ่าเจ็ด
แล้วเราก็ได้ที่ซุกหัวนอน ^^
พี่โอ๋ฮับ taxi จาก airport มันปลอดภัยมั้ยฮับ - ไม่ต้องห่วงครับ ปลอดภัยแน่ๆๆ รับประกัน มาถึงกี่โมงนะ
ห้าทุ่มครึ่งค่ะ - ปลอดภัยครับ เดี๋ยวผมไปรับคุณอ้อเอง
อ่าววววว --"
......... วันไปถึงน้ำหูน้ำตาก็ไหลเรียบร้อย แวะเซเว่นหน่อยนะคะพี่โอ๋ ค้าวจากินมาม่า
ไปกินก๋วยเดี๋ยวมั้ย จะได้ทานง่ายๆๆ เอ่อออ มันจะมีร้านเปิดเหยอกั๊บ จาเที่ยงคืนแหล่ว
สุดท้ายก็สรุปว่า มาม่าที่เซเว่นหน้าโรงแรม 555 กินยา แล้วก็นอนคร่อกฟี้
.........
หลังจากที่กระเสือกกระสนลงไปหม่ำ ABF ก็กินยา นอน ทอสับดัง คุณอ้อส้มมั้ย วิตามินซีเยอะ จะได้หายเร็วๆ โจ๊กมั้ย ข้าวต้มหล่ะ เอาอะไรดี ....
เฮ้ย เกรงใจจัง แต่สุดท้ายพี่เค้าก็พาอีกสองสาว มารับออกไปกินเที่ยงและเย็น แถมเป็นทู่ระ เพิ่มห้องให้อีกคืน เพราะไปไหนไม่ได้ กินแล้วก็นอนอย่างเดียวเลยวันนั้น
ที่ซึ้งที่สุดคือ .. พี่เค้าไปส่งเราที่ airport ไม่ได้เพราะติดงานด่วน เค้าอุตส่าห์ให้พี่พร พี่อีกคนที่บริษัท มารับเราไป airport ชื่อเราเป็นที่รู้จักทั้ง office เค้าแระ เหะ เหะ --"
ไอ้เราก็เกรงใจที่สุด เหมือนมากวนทั้ง office เลยซิ แล้วพี่พรก็บอกว่า ....
ตอนที่รู้ว่าอ้อจะลงมาคนเดียว พี่ก็ให้โอ๋มันเปลี่ยนโรงแรมให้เลย ให้มันดูดีหน่อย .... รถเนี่ยะป๋าก็ให้ยืมมาเลยนะ เฮ้ยเอาไปรับส่งเค้า พาเค้าไปโน่นนู่นนี่
ยิ่งพอรู้ว่าไม่สบายนะอ้อ.. ทั้ง office วุ่นวายกันใหญ่
.........
** ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ Best Way Trip ทุกท่าน
- ป๋าแซม ที่ให้ยืมคัมรี่คันเก่ง มารับหนูไปโน่นไปนี่
- พี่พร ที่ช่วยเป็นธุระ รับไม้ต่อ พาหนูไป airport ทันเวลา
- พี่ๆ น้องๆ ที่เหลือที่ช่วยคิดเมนูอาหาร
- ท้ายสุด ... ของคุณคุณโอ๋ ที่เป็นธุระทุกอย่างให้ค่ะ ... โชคชะตาจริงๆ เน๊อะ ** January 29 และแล้ว ....ตุลาคม ...
คนดีป่วย เข้าโรงพยาบาล
พฤศจิกายน ...
เริ่มดีขึ้น มือไม้เริ่มเหมือนเดิม แต่ตัวเองยังพูดไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่
อ้อนอะไรก็ไม่ได้ ให้ร้องเพลงให้ฟังเหมือนเดิมก็ไม่สามารถ
ไม่เป็นไรเน๊อะ หายไวๆๆ นะคะ
ธันวาคม ...
วันเกิดเค้า แต่คนดีก็ทำลืม .. ให้เค้านั่งน้ำตาตกอยู่ครึ่งคืน
สิ้นปี คนดีก็หนีเค้ากลับบ้าน
ทิ้งเค้าปิดบัญชีผู้เดียว
จะอ้อนใครดี เวลาเหนื่อย
วันนั้น .. เค้าอยากให้ตัวเองร้องเพลงกล่อมเค้านอนจัง
เข้าใจ แต่แอบมีน้อยใจอยู่ลึกๆๆ
มกราคม ...
เค้าก็ยังบ้าจี้ อ้อนขอฟังเพลงอยู่
คนดีจะว่าเค้ากดดันมั้ยเนี่ยะ
เก๊าะเค้าอยากฟังจริงๆ นินา ... งือ งือ
29 มกราคม
คนดีโทรมา good night ปกติ
แต่ ....
ก่อนวางหู ....
ต่างกันเพียงองศาที่เราอยู่ อาจจะดูว่าเราห่างกัน แต่ว่าคนบนฟ้า ก็พาให้เรามาเจอกัน และทำให้ฉัน .. ได้พบกับวันสวยงาม
อยากขอบคุณ... ที่โลกสร้างเธอขึ้นมา ให้ฉันได้พบเวลาที่สดใส... หากความจริง ถึงเธอจะอยู่แสนไกล .. ก็ยังจะคอยส่งใจไปหาเธอ .. ไปหาเธอ ..
December 17 New Year Partyปีนี้เป็นปีแรก ที่มี new year party ต่างจังหวัด ทุกปีเราจะไปสิงสถิตกันที่ตามร้านอาหารต่างๆๆ ที่มี buffet เช่น ปีที่แล้ว เราไปกินกันที่โออิชิ Oishi Grand หยามมั้ง จำไม่ได้แระ หร่อยดีค่ะ แต่เวลาจับสลากมันดูเหมือนจะไปรบกวนห้องข้างๆๆ เป็นอันมาก
และเนื่องมาจากปีนี้ผลการขายดี พุ่งกระฉูด นายก็เลยบอกว่า พาน้องๆๆ ไปปลอบขวัญ 555 เถอะ (ทั้งๆๆ ที่ budget over มาตั้งแต่เดือน 11 ) เราเก๊าะเลยได้มีโอกาสไปที่ กลางดง เมาเท่นส์วิว รีสอร์ท Klangdong Mountain View Resort ก็ไม่รู้นิ๊ ว่า มันจะออกมาหน้าตาเป็นไง ดูจาก net มันก็สวยดีอ่า จัดการจองไปสองหลัง ภูพนา กับบาหลี
ภูพนา จะเป็นบ้านทรงยุโรป ดูอลังมาก แถมในบ้านมี piano ด้วย ( ถึงแม้บาง key จะเสีย กดแล้วไม่มีเสียงก็ตาม ) บ้านมีหลายห้อง ไม่ได้ขึ้นไปดู เพราะพี่ฮวงนอนที่นี่ ที่สำคัญมี UBC ด้วย ส่วนเด็กๆๆ ไปนอนกันที่บาหลี ตอนแรกดูมันก็สวยดี แต่พอไปเจอเข้าจริงๆ ผิดหวังเล็กน้อย หน้าตาสิ่งของในบ้าน มันน่าเกรงขามหน่อยๆๆ แถม UBC ไม่มี ทั้งๆๆ ที่ receiver ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้องรับแขก เอ่ ทำไมหว่า
ชั่งมัน เรามาเดินสำรวจกันดีกว่านะคะ บ้านบาหลีมีทั้งหมด 3 ชั้น โอ้วววว พระเจ้า คือ ชั้นใต้ดิน ชั้นหนึ่ง และ ชั้นสอง มีทั้งหมด 4 นอน 11 เตียง แต่ 3 น้ำ 1 รับแขก 1 ครัว ถ้านอนกันเต็ม 11 คนจริงๆๆ คงต้องเผื่อเวลาเข้าห้องน้ำกันหน่อยหล่ะค่ะ พอได้เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม ทาง resort ก็เอา bar-b-q มาให้เราทั้งหมด 3 ถาด แต่น้องๆๆ พี่ๆๆ คงคิดว่ามันไม่พอเท่าไหร่ เพราะออกไปซื้อยากันยุง ได้มาแค่กล่องเดียว แต่ไอ้ที่เพิ่มมาคือ ไส้กรอก + ส้มตำอีก 4 ถุง พระเจ้า !!! แต่ก็หมดนะ 555 ไม่รวม spy 6 ขวด เบียร์อีกหนึ่งถาด 24 กาป๋องงงง .....
อาทิตย์ก่อนไปอากาศที่กรุงเต๊บ เย็นยะเยือก แต่พอไปเข้าจริงๆๆ ร้อนอ่ะซิ เสื้ออหนงเสื้อหนาว ใช้ได้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง เฮ้ออออ จริงๆๆ อยากให้ไม่ค่อยหนาวมาก แต่ แต่ ไม่คิดว่า จะร้อนขนาดนี้นิ เช้ามีอาหารเช้าให้มื้อนึง เรากิน ABF เพราะมีคนทักก่อนตักข้าวต้มว่า มันเป็นน้ำเชื่อมเลย ก็พอกินได้ แต่ไม่อร่อยเท่าไหร่ ตอนเดินกลับ เดินกลับคนละทางกับตอนที่เดินเข้ามา งึ่มมมมม สติปัญญาเริ่มกระจ่าง ...ร้านอาหารจะอยู่นอก resort และ resort นี้มีสองส่วนด้วยกันค่ะ คือส่วนของ resort เลย (อยู่หลังร้านอาหาร) กับส่วนที่ resort เอาที่ดินไปจัดสรรให้คนมาซื้อ เพราะงั้นบ้านสองหลังของเรา เลยไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เพราะมันเป็นส่วนของที่จัดสรร และที่บ้านบาหลีไม่มี UBC เพราะเจ้าของบ้านหลังนี้ ไม่ได้เอาบ้านเข้าโครงการไง แต่บ้านภูพนา เอาเข้าโครงการ เลยดูดีกว่า แต่จริงๆๆ แล้ว ที่สวยจริงๆ ต้องเป็นส่วนของ resort ทั้งไม้ดอก ไม้ใบ น้ำตก มากๆๆๆ สวยๆๆๆ มากกๆๆๆ จนไม่เชื่อว่า นี่คือโคราชอ่ะค่ะ
December 05 พลุเฉลิมพระเกียรติวันที่ 4 ธันวา
งานก็ยังไม่เสร็จ พรุ่งนี้วันพ่อ ทำไงดี อยากอยู่บ้านแต่ก็อ่ะนะ โด๊บ brand ซุปไก่มาขวดนึง เพราะคืนก่อนนั้นสี่ทุ่ม ... ธรรมดา สิวๆๆ แต่ทำ cheque ผิด จากสี่แสน เป็นสี่ล้าน เฮ้อออ ตรู....
ตก(ยังไม่)เย็น คุณชายโทรมาชวนไปดูพลุ จริงๆ เตรียมขาตั้งกล้อง + กล้องฟุจิยาม่าติดมาด้วยแล้ว แต่รู้สึกเหมือนอาการไม่ค่อยดี มึนๆๆ หนาวๆๆ ไม่ไปดีกว่า แต่ แต่ เสียงคุณชายไม่ค่อยดีเลย อ่าาาา ไปก็ได้ฟระ ... ออกจาก office ทุ่มนึง นั่งรถเมล์ปุเลงๆๆ ไปจนถึงแถวลานพระรูป เอานะ อย่าถามมาก โง่เรื่องทางเป็นอย่างยิ่ง เดินเท้าต่อไปอีกหน่อยก็ได้จับจองที่ (บนถนน กลางสี่แยก) หน้าลานพระรูป ดูเวลา อืมมม อีกประมาณชั่วโมงนึงคงจุด ก็เห็นว่าจุดสามทุ่ม
สามทุ่มผ่านไป ไม่เป็นไร delay มั้ง ... สามทุ่มครึ่ง ...
โย้ววว แม๊นนนนน พลุลูกแรกได้ถูกจุดขึ้น มาแล้ววววว แชะ ๆๆๆ ว๊าววว โอ้ โห ... สวยๆๆๆ แปะ แปะ (เสียงปรบมือนะ) .... พลุเกือบทั้งหมด เหมือนเดิม ปีที่แล้ว ที่ฉลอง 60 ปีครองราชย์ แต่คราวนี้มีน้องกุ๊กไก่มาด้วย แต่มองไม่ค่อยเห็น แล้วเลข 80 ก็ถ่ายได้แต่ 80 ๘๐ ถ่ายไม่ได้เลย
รูปคราวนี้ทั้งหมด ถ่ายด้วยกล้องกาป๋อง Fuji F10 แต่ใช้ mode night shot หน้ากล้องมันเปิดได้แค่ 3 วิ แล้วใครจะไปรู้ว่ากี่วิ มันจะแตก เฮ้อออ Focus ก็ไม่ได้ ทุกรูปก็เลยต้องมีต้นไม้เอาไว้โฟกัสหน้าจอ 5555 มันส์เจรงๆๆ คราวหน้าซื้อขาตั้งดีก่า จะได้ตบกล้องน้องชายมาถ่าย อาจจะสวยกว่านี้ก็ได้ หุ หุ แต่ เค้าว่า ด้วยกล้องกาป๋องตัวเก่ง ออกมาก็สวยนิ๊ |
|
|